Back To Top

foto1 foto2 foto3 foto4 foto5
ได้เวลามาโรงเรียน เพียรศึกษา มาหาความรู้เพื่อชีวิตและอนาคตของเรา

NongsangWittayayon

ขยีน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย


Warning: Parameter 2 to modChrome_artblock() expected to be a reference, value given in /home/nongsan8/domains/nongsangwit.ac.th/public_html/www/templates/dd_highschool_43/html/modules.php on line 39

Warning: Parameter 3 to modChrome_artblock() expected to be a reference, value given in /home/nongsan8/domains/nongsangwit.ac.th/public_html/www/templates/dd_highschool_43/html/modules.php on line 39

Warning: Parameter 2 to modChrome_artblock() expected to be a reference, value given in /home/nongsan8/domains/nongsangwit.ac.th/public_html/www/templates/dd_highschool_43/html/modules.php on line 39

Warning: Parameter 3 to modChrome_artblock() expected to be a reference, value given in /home/nongsan8/domains/nongsangwit.ac.th/public_html/www/templates/dd_highschool_43/html/modules.php on line 39

Warning: Parameter 2 to modChrome_artblock() expected to be a reference, value given in /home/nongsan8/domains/nongsangwit.ac.th/public_html/www/templates/dd_highschool_43/html/modules.php on line 39

Warning: Parameter 3 to modChrome_artblock() expected to be a reference, value given in /home/nongsan8/domains/nongsangwit.ac.th/public_html/www/templates/dd_highschool_43/html/modules.php on line 39

Warning: Parameter 2 to modChrome_artblock() expected to be a reference, value given in /home/nongsan8/domains/nongsangwit.ac.th/public_html/www/templates/dd_highschool_43/html/modules.php on line 39

Warning: Parameter 3 to modChrome_artblock() expected to be a reference, value given in /home/nongsan8/domains/nongsangwit.ac.th/public_html/www/templates/dd_highschool_43/html/modules.php on line 39

Facebook Likebox


Warning: Parameter 2 to modChrome_artblock() expected to be a reference, value given in /home/nongsan8/domains/nongsangwit.ac.th/public_html/www/templates/dd_highschool_43/html/modules.php on line 39

Warning: Parameter 3 to modChrome_artblock() expected to be a reference, value given in /home/nongsan8/domains/nongsangwit.ac.th/public_html/www/templates/dd_highschool_43/html/modules.php on line 39

Friendly's Links

isangate banner
easyhome banner
krumontree200x75
ipst banner
enter kidsd
banner fontthai
f0nt com

Warning: Parameter 2 to modChrome_artblock() expected to be a reference, value given in /home/nongsan8/domains/nongsangwit.ac.th/public_html/www/templates/dd_highschool_43/html/modules.php on line 39

Warning: Parameter 3 to modChrome_artblock() expected to be a reference, value given in /home/nongsan8/domains/nongsangwit.ac.th/public_html/www/templates/dd_highschool_43/html/modules.php on line 39

Backend Menu


Warning: Parameter 2 to modChrome_artblock() expected to be a reference, value given in /home/nongsan8/domains/nongsangwit.ac.th/public_html/www/templates/dd_highschool_43/html/modules.php on line 39

Warning: Parameter 3 to modChrome_artblock() expected to be a reference, value given in /home/nongsan8/domains/nongsangwit.ac.th/public_html/www/templates/dd_highschool_43/html/modules.php on line 39

Visitors Counter

0166562
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
175
87
497
134354
1557
4353
166562

Your IP: 3.210.184.142
2021-05-13 18:18

Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/nongsan8/domains/nongsangwit.ac.th/public_html/www/templates/dd_highschool_43/functions.php on line 205

ในวันที่ 20 ธันวาคม 2563 เวลา 8:00o" - 17:00น. เชิญชวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ไปเลือกตั้ง ส.อบจ.ชัยภูมิ และนายก อบจ.ชัยภูมิ เชิญชวนไปใช้สิทธิ์กันเยอะๆนะครับ
https://www.youtube.com/watch?reload=9&v=yAGpr-6stj4&app=desktop
picorborjor

 

ชื่อเรื่อง  รายงานการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ รายวิชาสุขศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้สุข

          ศึกษาและพลศึกษา เรื่องพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่น ของนักเรียนชั้น

          มัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้

ผู้วิจัย   นายมนตรี  ลีเขียว

โรงเรียน  มัธยมหนองศาลา  ปีที่พิมพ์ 2561

บทคัดย่อ

 

        รายงานการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ รายวิชาสุขศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่องพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ รายวิชาสุขศึกษา เรื่องพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่นวัยรุ่น โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80  2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ก่อนเรียนและหลังเรียน หลังจากจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่ 2 โรงเรียนมัธยมหนองศาลา อำเภอแก้งคร้อ  จังหวัดชัยภูมิ ภาคเรียนที่ 1    ปีการศึกษา 2561  จำนวน 32 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Sampling) ทั้งนี้เนื่องจากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่แตกต่างกัน  และมีการจัดห้องเรียนโดยคละความสามารถของนักเรียนทั้งเรียนเก่ง  เรียนปานกลาง  และเรียนอ่อน  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้  จำนวน 6 ชุด  2) ข้อสอบย่อยประจำชุดกิจกรรมกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 6 ชุด เป็นข้อสอบชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวนชุดละ 10 ข้อ รวมเป็น 60 ข้อ  3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นข้อสอบชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ตั้งแต่ 0.60 ถึง 1.00  มีค่าอำนาจจำแนก (B) รายข้ออยู่ระหว่าง  0.332 ถึง 0.736   มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ โดยใช้วิธีของ Lovett เท่ากับ 0.921  4) แบบวัดความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ แบ่งเป็น 4 ด้าน  ได้แก่  ด้านเนื้อหา  ด้านกิจกรรมการเรียนรู้  ด้านสื่อและแหล่งเรียนรู้  และด้านการวัดและประเมินผล จำนวน 15 ข้อ ความสอดคล้อง (IC)  ถ้าได้ค่าเฉลี่ยตั้งแต่  0.60  ถึง 1.00  มีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.379 ถึง 0.894  ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับโดยหาสัมประสิทธิ์แอลฟา (a-Coeffcient) ตามวิธีการเท่ากับ 0.916 5) แผนการจัดการเรียนรู้การเรียนรู้  จำนวน 12 แผน 12 ชั่วโมง  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการศึกษาพบว่า

  1. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ รายวิชาสุขศึกษา เรื่องพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้  จำนวน 6 ชุด 12  ชั่วโมง  โดยภาพรวมมีประสิทธิภาพ เท่ากับ 86.59/85.99 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด 80/80

       

  1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หลังจากจัดการเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้  เรื่องพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่น พบว่าคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05
  2. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่น โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (   = 4.14)

ชื่อเรื่อง          การประเมินโครงการพัฒนาศักยภาพนักเรียนด้านกีฬาเซปักตะกร้อ  สู่ความเป็นเลิศ

                        โรงเรียนหนองสังข์วิทยายน  สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ

ผู้ประเมิน      นางกานต์สินี  วิเศษสมบัติ

ตำแหน่ง        รองผู้อำนวยการสถานศึกษา  วิทยฐานะ รองผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ

สถานศึกษา  โรงเรียนหนองสังข์วิทยายน  อำเภอแก้งคร้อ  จังหวัดชัยภูมิ

ปีที่ประเมิน   2561

บทคัดย่อ

                   การประเมินครั้งนี้เป็นการประเมินโครงการพัฒนาศักยภาพนักเรียนด้านกีฬาเซปักตะกร้อ สู่ความเป็นเลิศ โรงเรียนหนองสังข์วิทยายน โดยใช้กรอบการประเมินของ CIPP  MODEL มีวัตถุประสงค์ของการประเมิน คือ 1) เพื่อประเมินคุณค่าของโครงการโครงการพัฒนาศักยภาพนักเรียนด้านกีฬาเซปักตะกร้อ สู่ความเป็นเลิศ โรงเรียนหนองสังข์วิทยายน  2) เพื่อประเมินคุณค่าด้านบริบท 3) เพื่อประเมินคุณค่าด้านปัจจัย กระบวนการ และผลผลิตของโครงการ และ 4) เพื่อศึกษาผลกระทบที่เกิดจากการดำเนินโครงการ แหล่งข้อมูลในการประเมินโครงการ ได้แก่ บุคคลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในปีการศึกษา 2560  คือ  ผู้อำนวยการสถานศึกษา รองผู้อำนวยการสถานศึกษา  และครูโรงเรียนหนองสังข์วิทยายน จำนวน 24 คน ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนหนองสังข์วิทยายน จำนวน 30 คน นักเรียนกีฬาตะกร้อ โรงเรียนหนองสังข์วิทยายน จำนวน 30 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนหนองสังข์วิทยายน ปีการศึกษา 2560  จำนวน  13  คน และเอกสาร หลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจกรรมตามแผนปฏิบัติการของโครงการทั้ง 5 กิจกรรม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ และข้อมูลเชิงปริมาณที่ด้วยสถิติ  ค่าเฉลี่ย  ค่าสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  และร้อยละ

สรุปผลการประเมินโครงการ

                   ผลการประเมินพบว่า (1) เป็นโครงการที่มีประสิทธิผล  (2)  เป็นโครงการที่มีคุณค่าด้านความเหมาะสม  สามารถนำไปปฏิบัติ และเผยแพร่ให้สถานศึกษาอื่นต่อไปได้  ทั้งนี้เพราะผลการประเมินบริบทของโครงการ  ผลการประเมินโครงการตามวัตถุประสงค์เฉพาะ  และผลจากการศึกษาผลกระทบจากโครงการ  เป็นตามข้อสรุปดังนี้

  1. ผลการประเมินบริบทของโครงการ ได้ข้อสรุป ดังนี้

                         1.1 โครงการบรรลุวัตถุประสงค์ทั่วไป ว่าด้วยการส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านกีฬาเซปักตะกร้อคือ นักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านกีฬาเซปักตะกร้อจำนวน 30 คนได้รับการส่งเสริมตามความสามารถตามความถนัดและความสนใจ ทั้งหมด จำนวน 30 คน คิดเป็นร้อยละ 100  ของนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านกีฬาเซปักตะกร้อ การส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านกีฬาเซปักตะกร้อจัดขึ้นในลักษณะกิจกรรม 5 กิจกรรม ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุเฉพาะ ดังนี้ 

                               1.1.1 กิจกรรมให้ความรู้แก่ครูผู้ฝึกสอน ให้ครูผู้ฝึกสอนเข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้มาใช้ในการฝึกซ้อม และนำนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันมีผลงานปรากฏเชิงประจักษ์ จนได้รับรางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยมระดับประเทศ 

                                1.1.2 กิจกรรมคัดเลือกนักกีฬาเซปักตะกร้อเน้นคัดเลือกนักเรียนตามความถนัด ความสามารถ และความสนใจโดยเฉพาะ ทำให้ได้นักกีฬาที่ต้องได้รับการส่งเสริมตามสภาพจริง จำนวน 30 คน เพื่อดำเนินการกิจกรรมต่อไป

                                1.1.3  กิจกรรมเข้าค่ายฝึกซ้อมทักษะ จัดกิจกรรมการฝึกซ้อมทักษะกีฬาเซปักตะกร้อสำหรับนักกีฬา 30  คน ได้แก่ การฝึกทักษะประจำวันสำหรับวันที่มาเรียนปกติ  และการฝึกทักษะในวันหยุดเรียน (เสาร์  อาทิตย์  และวันนักขัตฤกษ์)   และการเข้าค่ายเตรียมความพร้อมก่อนการแข่งขัน (1 เดือนก่อนการแข่งขัน) กิจกรรมจัดขึ้นในสถานศึกษาและใช้บุคลากรภายในโรงเรียน   เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมการแข่งขันตามรายการต่างๆ

                                1.1.4 กิจกรรมเข้าร่วมแข่งขันรายการต่างๆ ครูผู้ฝึกสอน และครูผู้ช่วย ผู้ฝึกสอนจำนวน 3 คน วางแผนการเข้าร่วมการแข่งขันตามรายการต่างๆ จากแผนการปฏิบัติการตามโครงการ และนำนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันทั้งภายในและภายนอกจังหวัด

                                1.1.5 กิจกรรมประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ผลงาน และประเมินผลงาน จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์กีฬาเซปักตะกร้อของโรงเรียนหนองสังข์วิทยายน โดยมีการส่งสื่อประชาสัมพันธ์ให้แก่สถานศึกษา หน่วยงานราชการ  องค์กรเอกชน  ชุมชน โดยประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้กับทีมเซปักตะกร้อโรงเรียนหนองสังข์วิทยายน ที่สามารถสร้างชื่อเสียงในระดับประเทศ 

                         1.2 โครงการบรรลุตามเป้าหมาย คือ

                                1.2.1 ส่งนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านเซปักตะกร้อ เข้าร่วมการแข่งขันรายการต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกจังหวัด จำนวน 9 รายการ

                                1.2.2 นักเรียนมีสุขภาพแข็งแรง มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ และมีน้ำใจนักกีฬา

                                1.2.3 นักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันตามรายการต่างๆ มีประสบการณ์ตรง และพัฒนาทักษะทางกีฬาได้สูงขึ้น

  1. ผลการประเมินโครงการตามวัตถุประสงค์ ได้ข้อสรุปจากการประเมินปัจจัยการประเมินกระบวนการ และการประเมินผลผลิตของโครงการ แยกตามรายการกิจกรรมแต่ละแผนปฏิบัติการทั้ง 5 กิจกรรม ดังนี้

                                2.1   กิจกรรมการให้ความรู้แก่ครูผู้ฝึกสอน วัตถุประสงค์ชัดเจนมีแนวโน้มสู่ความสำเร็จได้ ดำเนินการตามแผนที่กำหนด ใช้งบประมาณตามความจำเป็นอย่างคุ้มค่า มีการกำกับติดตามการปฏิบัติงาน ผลผลิต คือ สามารถพัฒนาครูผู้ฝึกสอนให้มีความรู้เกี่ยวกับกีฬาเซปักตะกร้อตรงตามวัตถุประสงค์ จึงเป็นกิจกรรมที่มีประสิทธิผล เหมาะสมสอดคล้องกับลักษณะของโครงการและสนองความต้องการจำเป็นในเบื้องต้นของโครงการ

                                2.2 กิจกรรมการคัดเลือกนักเรียนกีฬาเซปักตะกร้อกิจกรรมมีความเหมาะสม เพราะงบประมาณใช้คุ้มค่า เพียงพอ บุคลากรที่เกี่ยวข้องมีความจำเป็นกับการดำเนินกิจกรรม  ถึงแม้เป้าหมายเชิงคุณภาพจะมีจำนวนนักเรียนเพียงบางส่วนจากนักเรียนทั้งหมด  แต่ขั้นตอนการปฏิบัติสามารถคัดเลือกได้นักเรียนที่มีความถนัดและสนใจกีฬาเซปักตะกร้อผลผลิตที่ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ คือได้นักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านกีฬาเซปักตะกร้อ เพื่อได้รับการส่งเสริมตามแผนปฏิบัติการในกิจกรรมต่อไป

                                2.3 กิจกรรมการเข้าค่ายฝึกซ้อมทักษะ การตัดสินคุณค่า มีการจัดกิจกรรมจริงและใช้งบประมาณ 50,000 บาท สถานที่ดำเนินการที่โรงเรียน และมีครูผู้ฝึกสอนเป็นวิทยากร และผู้ควบคุมการฝึกซ้อม ให้ความรู้และทักษะในการแข่งขันกีฬาเซปักตะกร้อสำหรับนักเรียน  เป็นการดำเนินการลักษณะการฝึกซ้อมปฏิบัติจริงตามรูปแบบการแข่งขันกีฬา ผลที่เกิดกับนักเรียนคือ  นักเรียนที่เป็นนักกีฬา 30 คน ได้รับการส่งเสริม ให้ความรู้ ฝึกทักษะต่างๆ ส่งผลให้นักเรียนมีทักษะ  มีความอดทน มีระเบียบวินัย มีความสามัคคี มีน้ำใจนักกีฬา มีความพร้อมเข้าร่วมการแข่งขัน  บรรลุตามวัตถุประสงค์ จัดว่ามีประสิทธิผล มีคุณค่าด้านความเหมาะสม

                                2.4 กิจกรรมการเข้าร่วมแข่งขันตามรายการต่างๆ การตัดสินคุณค่า มีการจัดกิจกรรมจริง และใช้งบประมาณ 50,000 บาท สถานที่ดำเนินการที่โรงเรียน และมีครูผู้ฝึกสอนเป็นวิทยากรและผู้ควบคุมการฝึกซ้อม ให้ความรู้และทักษะในการแข่งขันกีฬาเซปักตะกร้อสำหรับนักเรียน เป็นการดำเนินการลักษณะการฝึกซ้อมปฏิบัติจริงตามรูปแบบการแข่งขันกีฬา  ผลที่เกิดกับนักเรียนคือ นักเรียนที่เป็นนักกีฬา 30 คน ได้รับการส่งเสริม ให้ความรู้  ฝึกทักษะต่างๆ ส่งผลให้นักเรียนมีทักษะ มีความอดทน มีระเบียบวินัย มีความสามัคคี มีน้ำใจนักกีฬา มีความพร้อมเข้าร่วมการแข่งขัน บรรลุตามวัตถุประสงค์ จัดว่ามีประสิทธิผล มีคุณค่าด้านความเหมาะสม

                                2.5 กิจกรรมประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ผลงานและการประเมินผลงาน การตัดสินคุณค่า มีการจัดกิจกรรมประกาศเกียรติคุณแก่นักกีฬาเซปักตะกร้อผู้ฝึกสอนนักกีฬาเซปักตะกร้อสถาบัน ดีเด่น ประจำปีการศึกษา 2560 ผู้ฝึกสอนนักกีฬาเซปักตะกร้อนักเรียนนักศึกษาดีเด่นประจำปีการศึกษา 2560 ภายใต้การใช้ทรัพยากรที่ประหยัดคุ้มค่า มีคุณค่าด้านความเหมาะสม

  1. การศึกษาผลกระทบของโครงการ

                                ผลการศึกษาผลกระทบจากการดำเนินกิจกรรม  การส่งเสริมนักเรียนแต่ละกิจกรรมของโครงการส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านกีฬาเซปักตะกร้อโรงเรียนหนองสังข์วิทยายน ซึ่งสรุปผลที่เกิดขึ้น ดังนี้

                                การสังเคราะห์ข้อมูลที่เป็นผลกระทบจากการดำเนินกิจกรรมแต่ละกิจกรรมของโครงการส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านกีฬาเซปักตะกร้อโรงเรียนหนองสังข์วิทยายน โดยมุ่งศึกษาผลกระทบที่มีต่อโรงเรียน นักเรียน ชุมชน ผู้ปกครอง ครู ผู้บริหาร

                                ผลการจัดกิจกรรมการส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านกีฬาเซปักตะกร้อโรงเรียน

หนองสังข์วิทยายน ส่งผลต่อนักเรียนโรงเรียนหนองสังข์วิทยายน จำนวน 30 คน ได้แก่ นักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อกีฬาเซปักตะกร้อ รู้จักการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์  มีน้ำใจเป็นนักกีฬา  นักเรียนเข้าสมัครเป็นนักกีฬาเซปักตะกร้อเพิ่มมากขึ้น  นักเรียนร่วมบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬา

                                การสังเคราะห์การตัดสินคุณค่าของโครงการและเปรียบเทียบผลผลิต ก่อนและหลังการดำเนินกิจกรรมตามโครงการส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านกีฬาเซปักตะกร้อโรงเรียนหนองสังข์วิทยายน ส่งผลต่อโรงเรียนคือ โรงเรียนได้รับคำยกย่องชมเชยเกี่ยวกับการได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันต่าง ๆ เช่น ผลการแข่งขันกีฬาเซปักตะกร้อ ผลการแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาชิงแชมป์แห่งประเทศไทย  ผลการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ผลการแข่งขันกีฬา          ชิงแชมป์สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รับการสนับสนุนทุนการศึกษา มีชื่อเสียงด้านกีฬาเซปักตะกร้อ ได้รับการยอมรับผลงานด้านกีฬาเซปักตะกร้อส่งผลต่อชุมชน  ผู้ปกครอง ครู  ผู้บริหาร ได้แก่ ชุมชนได้รับข่าวสารของโรงเรียน สัมพันธภาพระหว่างโรงเรียนกับชุมชนเป็นไปในทางบวก ผู้ปกครองให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านกีฬาเซปักตะกร้อโรงเรียนหนองสังข์วิทยายน  ผู้ปกครองและชุมชนศรัทธาและไว้วางใจโรงเรียน  ครูผู้ฝึกสอนได้รับความศรัทธาและความเชื่อมั่นจากสถาบันอื่น และมีศักยภาพในการปฏิบัติงานมากขึ้น  ผู้บริหารส่งเสริมและสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินกิจกรรม

ชื่องานวิจัย   การพัฒนารูปแบบการนิเทศแบบโค้ชชิ่ง เพื่อส่งเสริมสมรรถนะการทำวิจัยในชั้นเรียน

                         ของครูโรงเรียนหนองสังข์วิทยายน สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ

ผู้วิจัย             นางกานต์สินี  วิเศษสมบัติ

ตำแหน่ง        รองผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะ รองผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ

สถานศึกษา  โรงเรียนหนองสังข์วิทยายน  อำเภอแก้งคร้อ  จังหวัดชัยภูมิ

ปีที่ทำการวิจัย  2560-2561

บทคัดย่อ

                         การวิจัยครั้งนี้เป็นการพัฒนารูปแบบการนิเทศแบบโค้ชชิ่ง เพื่อส่งเสริมสมรรถนะการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนหนองสังข์วิทยายน  มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการด้านการทำวิจัยชั้นเรียนของครู 2) เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการนิเทศเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการทำวิจัยในชั้นเรียนของครู  3) เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการนิเทศแบบโค้ชชิ่งเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการทำวิจัยในชั้นเรียนของครู โดยการเปรียบเทียบสมรรถนะการทำวิจัยในชั้นเรียนของครู   และ4) เพื่อประเมินและปรับปรุงรูปแบบการนิเทศแบบโค้ชชิ่งเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการทำวิจัยในชั้นเรียนของครู  กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในศึกษาผลการใช้รูปแบบ ได้แก่ ครูผู้สอนโรงเรียนหนองสังข์วิทยายน อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ จำนวน 25 คน ปีการศึกษา 2560-2561  เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย 1) แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการในการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้สอน 2) แบบสังเคราะห์เอกสารรูปแบบการนิเทศ  3) แบบนิเทศ กำกับติดตาม การพัฒนาครูให้มีความสามารถด้านวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้  4) แบบวัดสมรรถนะการทำวิจัยในชั้นเรียน  และ5)แบบสอบถามความคิดเห็นของครูผู้สอนต่อรูปแบบการนิเทศแบบโค้ชชิ่ง   วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

สรุปผลการวิจัย

  1. บุคลากรของโรงเรียนมีความเข้มแข็งสามารถปฏิบัติตามภารกิจตามแนวคิด การมีส่วนร่วมและการกระจายอำนาจตามกรอบนโยบายของโรงเรียน มีความประสงค์ที่จะเรียนรู้และทำการวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน แต่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการทำวิจัยชั้นเรียน  และเห็นว่างานวิจัยเป็นเรื่องที่ยาก  เนื่องจากต้องทำอย่างต่อเนื่อง
  2. สามารถพัฒนารูปแบบการนิเทศแบบโค้ชชิ่งได้ ดังนี้คือ ดำเนินการอบรมตามโครงการพัฒนาครูให้มีความสามารถวิจัย โดยบูรณาการการอบรมกับกระบวนการนิเทศโรงเรียนหนองสังข์วิทยายน จัดการอบรมทั้ง 4 กระบวนการ คือ  ด้านที่ 1  การวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน ด้านที่ 2  ขั้นตอนการพัฒนาวิธีการหรือนวัตกรรม  ด้านที่ 3  ขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล  และด้านที่ 4  การสรุปผลและการเขียนรายงาน โดยผู้วิจัยเป็นผู้กำกับติดตาม การนิเทศในลักษณะของพี่เลี้ยง
  3. ผลการใช้รูปแบบการนิเทศแบบโค้ชชิ่ง พบว่า ครูผู้สอนโรงเรียนหนองสังข์วิทยายน จำนวน 25 คน มีความรู้ความสามารถในเรื่องการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน และสามารถปฏิบัติกิจกรรมการวิจัยได้ร้อยละ 100  การฝึกอบรมเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับครูให้มีความมั่นใจกระตุ้นโดยการเป็นพี่เลี้ยงที่ดี  พูดคุย  เสนอแนะแนวทางอย่างเป็นธรรมชาติ  และเป็นกันเองระหว่างครูผู้สอน  และผู้นิเทศติดตาม  จะส่งผลต่อการวิจัยที่ตรงประเด็น  ตรงกับปัญหาการวิจัยที่แท้จริง สามารถสร้างแรงจูงใจและความมั่นใจที่ดีโดยมีการนิเทศเป็น 4 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1  สร้างความตระหนักในการดำเนินการวิจัยและพัฒนา  เป็นกระบวนการที่ออกนิเทศโดยการสอบถามพูดคุยกับครูผู้ทำการวิจัย 

ระยะที่ 2  เป็นระยะที่ผู้บริหารสถานศึกษาติดตามกระบวนการวิจัยเพื่อพัฒนาครูผู้สอน  ติดตามการแก้ปัญหาและให้คำแนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาที่หลากหลาย 

ระยะที่ 3  เป็นระยะที่ติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินการวิจัยเพื่อพัฒนากระบวนการวิจัยของครูผู้สอน เป็นการให้ข้อเสนอแนะในการบันทึกผลการวิจัยและการสรุปผลการวิจัยอย่างเป็นระบบ 

ระยะที่ 4  เป็นระยะที่ผู้บริหารสถานศึกษาตรวจผลงานวิจัย  และอบรมประชุมโดยให้ครูผู้สอนซักถามปัญหาการดำเนินการ  กระบวนการวิจัย ตลอดถึงแนะนำรูปแบบการเขียนรายงานการวิจัยอย่างเป็นทางการ 

ผลการนิเทศ กำกับติดตาม การพัฒนาครูให้มีความด้านสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการ

เรียนรู้ ของครูผู้สอน พบว่า ครูส่วนใหญ่ มีความรู้ด้านการวิจัยอยู่ในระดับมาก และสมรรถนะการทำวิจัยในชั้นเรียนของครู ก่อนการเข้ารับการพัฒนาตามรูปแบบการนิเทศแบบโค้ชชิ่ง มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 20.92 คิดเป็นร้อนละ 69.72 หลังเข้ารับการพัฒนา มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 26.63 คิดเป็นร้อยละ 88.75  มีพิจารณาค่าความต่างของคะแนน พบว่า หลังเข้ารับการพัฒนามีค่าเฉลี่ยสูงขึ้น  5.71 คิดเป็นร้อยละ 19.03

                                4. ผลการประเมินของครู หลังเข้ารับการอบรมโครงการการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมศักยภาพด้านการวิจัยชั้นเรียน โรงเรียนหนองสังข์วิทยายน พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 4.26


Warning: Parameter 2 to modChrome_artarticle() expected to be a reference, value given in /home/nongsan8/domains/nongsangwit.ac.th/public_html/www/templates/dd_highschool_43/html/modules.php on line 39

Warning: Parameter 3 to modChrome_artarticle() expected to be a reference, value given in /home/nongsan8/domains/nongsangwit.ac.th/public_html/www/templates/dd_highschool_43/html/modules.php on line 39

Warning: Parameter 2 to modChrome_artarticle() expected to be a reference, value given in /home/nongsan8/domains/nongsangwit.ac.th/public_html/www/templates/dd_highschool_43/html/modules.php on line 39

Warning: Parameter 3 to modChrome_artarticle() expected to be a reference, value given in /home/nongsan8/domains/nongsangwit.ac.th/public_html/www/templates/dd_highschool_43/html/modules.php on line 39

Copyright © 2021 โรงเรียนหนองสังข์วิทยายน 181 หมู่ 2 ต.หนองสังข์ อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ 36150 โทร. 044-810241 Rights Reserved.